วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

น้ำพริกแซ่บเว่อ







น้ำพริก มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคำว่า "น้ำพริก" มีความหมายมาจากการปรุงด้วยการนำสมุนไพร พริก กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศกลิ่นแรง มาโขก บด รวมกัน เพื่อใช้สำหรับจิ้ม โดยมี ดอกแค มะเขือยาว แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือม่วง ถั่วพู สัตว์น้ำต่าง ๆ เช่น ปลา กุ้ง

คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้นเพื่อเพิ่มรสชาติ และดับกลิ่นคาวต่าง ๆ น้ำพริกถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทานเป็นกับข้าวก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 น้ำพริกถือเป็นอาหารหลักที่อยู่คู่กับสำรับกับข้าวของคนไทยมายาวนาน และไม่เพียงให้สารอาหารที่ครบถ้วนแก่ร่างกาย อาทิ โปรตีน เกลือแร่แล้ว ผู้บริโภคยังได้รับวิตามินจากผักจิ้ม หรือเครื่องเคียงอีกด้วย และการรับประทานน้ำพริกยังเป็นการสะท้อนวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทย ที่เน้นความเรียบง่าย รู้จักประยุกต์พืชผักสวนครัวให้เป็นเมนูที่แสนอร่อย

น้ำพริกมีมากมายหลากหลายชนิด  เช่น

น้ำพริกกะปิ เป็นอาหารประเภทน้ำพริกอย่างหนึ่งที่มีส่วนประกอบหลัก คือ กะปิ โดยการทำจะใช้กะปิไปเผาไฟ  แล้วนำไปโขลกกับเครื่งปรุงต่างๆ ในครก น้ำพริกกะปิเมื่อทำเสร็จแล้วจะมีสีน้ำตาลอมม่วง ลอยหน้าด้วยมะเขือพวงและพริก น้ำพริกกะปิจะนิยมรับประทานคู่กับ ปลาทูทอด หรือ ไข่ทอดชะอม พร้อมผักสด หรือผักลวกจิ้ม

น้ำพริกลงเรือ  เป็นน้ำพริกที่คนนิยมรับประทาน แม้แต่ในโรงแรมก็ยังนำไปเป็นเมนูน้ำพริกยอดนิยม อาจจะเป็นเพราะมีเครื่องเคียงทั้งหมูหวาน ไข่เค็ม และปลาดุกฟูทำให้น้ำพริกดูดีและน่ารับประทานยิ่งขึ้น

น้ำพริกไข่ปูทะเล  รสกลมกล่อมและมีไข่ปูทะเลต้มสุกโรยหน้า และรับประทานร่วมกับเนื้อเค็มทอด ปลาแห้งปิ้ง หรือผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างใบทองหลางมน ใบทองหลางลาย และผักบุ้งทอดกรอบ น้ำพริกชนิดนี้เป็นเมนูที่เจ้านายชั้นสูงอย่าง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตที่เมื่อครั้งได้เสด็จประพาสเมืองสมุทรสงคราม พร้อมด้วยเจ้านายวังบางขุนพรหม ทรงโปรดปรานเป็นพิเศษ และเป็นเมนูที่หลายคนอาจไม่รู้จัก

 น้ำพริกอ่อง  เป็นอาหารภาคเหนือที่คนทั่วไปติดใจในรสชาติเช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น การปรุงน้ำพริกอ่องนี้รูปแบบจะต่างไปจากน้ำพริกทั่วไป คือ น้ำพริกอ่องจะมีหมูสับเป็นส่วนประกอบคล้ายกับน้ำพริกมะขามหรือน้ำพริกลงเรือของภาคกลาง การปรุงน้ำพริกอ่องจะไม่ใช้น้ำตาล รสหวานจะได้จากความหวานของมะเขือเทศ ส่วนรสเปรี้ยวนั้นได้จากมะเขือส้ม คือมะเขือเทศผลเล็กชนิดพวง ซึ่งจะมีรสเปรี้ยวกว่ามะเขือเทศโดยทั่วไป นอกจากนั้นจะใช้ถั่วเน่า คือ ถั่วเหลืองที่เอามาหมักแล้วทำเป็นแผ่นตากแดดให้แห้งใช้แทนกะปิ หรือถ้าไม่มีถั่วเน่าก็จะใช้กะปิ 1 ช้อนชาแทน หรือใช้เต้าเจี้ยวดำสัก 3 ช้อนโต๊ะ ล้างน้ำให้หายเค็มแทนก็ได้เช่นกัน

น้ำพริกตาแดง เป็นอาหารพื้นบ้านของคนทางภาคเหนือ โดยการนำเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูปในการใส่เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น พริกแห้ง หอม กะเทียม ฯลฯ ซึ่งการทำอาหารพื้นบ้านนี้ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นอาหารที่ทำขึ้นง่าย ๆ แต่มีรสชาติดี เหมือนกับวิถีการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นที่อยู่กันแบบเรียบง่าย แต่รักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงาม และทรงคุณค่า

น้ำพริกนรก  เป็นน้ำพริกผงคลุกข้าว ที่ทำจากเนื้อปลาช่อนทะเลอย่างดี ที่มีมาแต่โบราณ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของน้ำพริกนรกคือ มีรสชาติเผ็ดจัดจ้านเหมาะสำหรับ ผู้ที่ชอบทานอาหารรสจัด ซึ่งน้ำพริกนรกถือได้ว่าเป็นน้ำพริกที่มีประโยชน์ และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมาก เพราะมีส่วนประกอบของสมุนไพรหลายอย่าง อาทิ พริก หอม กระเทียม เป็นต้น

น้ำพริกมะขาม  ภาษาถิ่นเรียกว่า “ดัดอะหราดมังโกน” เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการถ่ายทอดวิธีการทำสืบต่อกันมา  น้ำพริกมะขามมีลักษณะการปรุงได้ 2 วิธี  คือ การตำแล้วรับประทานได้เลย และวิธีการนำไปผัดกับหมูสับ โดยมีส่วนผสมของมะขามอ่อนเป็นหลัก  ซึ่งหาได้ในชุมชนในช่วงฤดูฝนเพราะฝักมะขามยังอ่อนอยู่ ถ้าใช้ฟักแก่จะมีเส้นใยและหยาบเพราะเปลือกนอกจะแข็งและมีเมล็ดจึงไม่นิยมนำมาปรุงเป็นน้ำพริกมะขาม



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น