แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อร่อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อร่อย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พุดดิ้งแซ่บเว่อร์


















สูตรพุดดิ้งกล้วยหอม


ส่วนผสม
แป้งสาลีทำเค้ก           250 กรัม
ผงฟู                            1+ 1/2ชช.
เบ็คกิ้งโซดา                1ชช.
กล้วยหอมงอมๆ          250กรัม
เกลือ                           1ชช.
น้ำตาลทราย               200กรัม
นมสด                         150กรัม
เนยสดละลาย             100กรัม
น้ำมะนาว                    1+1/2 ชช.

วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง + โซดา + ผงฟู รวมกัน พักไว้
2. เทน้ำมะนาวใส่นมสด พักไว้
3. นำกล้วยหอมใส่อ่างผสม ใส่เกลือ ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนขึ้นฟูเละ ค่อยๆใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีต่อประมาณ 3-5 นาที จนน้ำตาลละลายหมด
4. ลดความเร็วเครื่องเป็นความเร็วต่ำ ใส่แป้ง สลับกับ นมสด ทำเช่นนี้จนหมด จบด้วยแป้ง
5. ค่อยๆใส่เนยละลาย ตีพอเข้ากัน
6. ตักใส่กระทงกระดาษวางบนพิมพ์ นำไปนึ่งน้ำเดือดจัดไฟแรง ประมาณ 15นาที

เคล็ดลับ  :  ห้ามเปิดฝารังถึงจนกว่าจะครบ15นาที วิธีการเช็คสุก ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้ม ถ้าไม่มีเศษแป้งติดแสดงว่าใช้ได้ค่ะ
้้ำ

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แพนเค้กแซ่บเว่อร์





























สูตรแพนเค้ก Pancake


สำหรับ 6-8 ชิ้น
เวลาในการทำ 20 นาที

วัตถุดิบแพนเค้ก Pancake

1. แป้งขนมปัง 30 กรัม
2. แป้งเค้ก 170 กรัม
3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
4. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
5. เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
6. ไข่ 2 ฟอง
7. นม 200 มิลลิลิตร
8. กลิ่นวนิลา 1/4 ช้อนชา
9. เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแพนเค้ก Pancake

1. ใส่แป้งขนมปัง แป้งเค้ก ผงฟู เบคกิ้งโซดารวมกัน ส่วนผสมที่ 1
2. ใส่ไข่ นม กลิ่นวนิลา เนยละลาย คนรวมกัน เป็นส่วนผสมที่ 2
3. นำส่วนผสมที่ 2 ใส่ในส่วนผสมที่ 1 แล้วคนให้เข้ากันจนแป้งละลายหมด
4. นำลงไปทอดในกระทะ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำผึ้งหรือไอศกรีมก็ได้

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

สูตรเมนูซีฟู้ดแซ่บเว่อร์

ยำหอยนางรม


-  หอยนางรมอุดมด้วยวิตามินเอ บี1 บี2 บี3 ซี และดี มีแร่ธาตุหลายชนิด อย่างเหล็ก คอปเปอร์ ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม ซิลค์ แมงกานีส และฟอสฟอรัส ให้สรรพคุณเสริมการทำงานของตับและไต เพิ่มพละกำลัง เลือดลมไหวเวียนดี ลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับต่อมน้ำเหลืองและวัณโรค บำรุงสุขภาพทางเพศ เช่น แก้ปัญหาประจำเดือนไม่สม่ำเสมอของผู้หญิง ส่วนผู้ชายการแก้การหลั่งโดยไม่รู้ตัว

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง โรคตับ และติดเชื้อเอชไอวี ไม่ควรกินหอยนางรมที่ไม่สุก เนื่องจากอาจมีเชื้อแบคทีเรียปะปนอยู่

วัตถุดิบและสัดส่วน

1. หอยนางรม 10 ตัว                                 
2. พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
3. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ                            
4. หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำพริกเผา (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) 1 ช้อนชา      
6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา  
8. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
9. ใบสะระแหน่ (ตกแต่ง)


ขั้นตอนการปรุง


1. ผสมน้ำปลากับน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลายเข้ากัน แล้วตามด้วยน้ำมะนาว (ถ้าชอบน้ำพริกเผาใส่ใน 
    ขั้นตอนนี้เลยค่ะ)
2. ใส่พริกขี้หนู หอมแดง ตะไคร้ลงไปคลุกเคล้า
3. ใส่หอยนางรม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่



ยำรวมมิตรทะเลกระชายกรอบ

-  กระชาย ประโยชน์ของกระชายนั้น ช่วยขับลม แก้ท้องอืด และแก้โรคในช่องปาก อีกทั้งยังเป็นอายุวัฒนะ กินแล้วทำให้กระชุ่มกระชวย 

วัตถุดิบและสัดส่วน

1. หอยแมลงภู่
2. หอยเชลล์
3. กุ้ง
4. กระชาย
5. แป้งทอดกรอบ
6. ข่า
7. ตะไคร้
8. เกลือ
9. น้ำเชื่อม
10. น้ำมะนาว
11. น้ำปลา
12. พริกขี้หนู
13. หอมแดง
14. ต้นหอม
15. ผักชี
16. ขั้นฉ่าย
17. พริกขี้หนูทอด

ขั้นตอนการปรุง

1. ต้มน้ำใส่เกลือ ข่า ตะไคร้พอเดือดแล้ว ใส่ของทะเลลงไปลวกให้สุก ตักขึ้นักไว้
2. นำกระชายหั่นฝอยมาคลุกแป้งแล้วนำมาทอดจนเหลืองน่ารับประทาน นำขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน
3. ผสมน้ำเชื่อม น้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนูซอย หอมแดงซอยคนให้เข้ากัน
4. ใส่อาหารทะเลที่ลวกแล้วลงไปคลุกเคล้า ตักใส่จานเสิร์ฟ โรยด้วยกระชายทอดกรอบ ต้นหอมซอย 
     ผักชี ขึ้นฉ่าย และพริกขี้หนูทอด
เคล็ดลับ

- ระยะเวลาที่ใช้ลวกอาหารทะเล ไม่ต้องนานเพราะจะทำให้เนื้อแข็งไม่อร่อย
- น้ำมันที่ใช้ทอดกระชายไม่ต้องใช้ไฟแรง เพราะกระชายของเราเป็นเส้นฝอยๆ เดี๋ยวจะไหม้เสียก่อน
- เพื่อให้กระชายอร่อยให้ลอกเสี้ยนออกให้หมด 
- แป้งที่ใช้ทอด เพื่อให้กรอบควรผสมกับน้ำโซดาให้แป้งดูกรอบเบาบาง 

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

สูตรเด็ดคัพเค้กแซ่บเว่อร์


“cupcake” ถูกพบครั้งแรกในปี 1828 ในหนังสือ Eliza Leslie’s Receipts cookbook ในช่วงต้นศตวรรรษที่ 19 มีการเขียนทั้งแบบ Cup cake และ Cupcake เดิมทีสมัยก่อนจะอบ Cupcake ในถ้วยกระเบื้องกัน

คัพเค้ก  เริ่มแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ราวช่วงต้นศตวรรษที่ 19 คิดขึ้นมาเพื่อต้องการประหยัดเวลาในการทำจีงได้คิดทำเค้กเป็นถ้วยๆขึ้นมา ซึ่งจริงๆต้นกำเนิดแล้วคำว่า Cupcake นั้น นักประวัติศาสตร์ด้านอาหารคิดว่าน่าจะมาจาก 
2 ทฤษฏี คือ  1. มาจากการทำเค้กในถ้วย จึงเรียกว่า คัพเค้ก  2. มาจากเวลาทำเค้กชนิดนี้ มาตราส่วนในการตวง ใช้ เป็นถ้วย จึงเรียกว่า คัพเค้ก 

สูตรคัพเค้กวนิลา Vanilla Cupcake

ระยะเวลา 50 นาที
ทำได้ 12 ชิ้น

อุปกรณ์

1. ชามผสม
2. ตระเเกรง
3. พิมพ์คัพเค้ก
4. ถ้วยคัพเคก
5. ที่ร่อนเเป้ง
6. ที่ตีไข่
7. ไม้พายยาง

ส่วนผสมคัพเค้กวนิลา Vanilla Cupcake

1. เนยเค็ม 160 กรัม
2. น้ำตาลทราย 120 กรัม
3. น้ำตาลทราย 30 กรัม
4. ไข่ไก่ 4 ฟอง
5. เเป้งเค้ก 150 กรัม
6. ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
7. วนิลาฝัก 1 1/2 ฝัก

วิธีทำคัพเค้กวนิลา Vanilla Cupcake

1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียล
2. ร่อนเเป้งเค้กเเละผงฟูรวมกันพักไว้
3. เเยกไข่ไก่ออกเป็น 2 ส่วนได้เเก่ส่วนไข่ขาวเเละส่วนไข่เเดงพักไว้
4. ตีเนยให้พอเป็นเนื้อครีม
5. ใส่น้ำตาลส่วนที่ 1(น้ำตาลส่วนที่มีปริมาณมาก) เเละตีด้วยตระกร้อต่อจนเข้ากันดี
6. เมื่อเข้ากันดีเเล้วใส่ไข่เเดงลงไปเเละตีด้วยตระกร้อต่อจนเข้ากันดี
7. เเละใส่ส่วนผสมเเห้งที่ร่อนรวมกันไว้เเล้วคือเเป้งเเละผงฟูคนผสมจนเข้ากันดีพักไว้
8. เริ่มตีเมอเเรงด้วยการนำไข่ขาวที่พักไว้มาตีผสมกับน้ำตาลจนฟูตั้งยอด
9. นำส่วนผสมทั้ง 2 มาผสมรวมกัน จนเป็นเนื้อเดียวเเละตักใส่พิมพ์กระดาษที่ได้เตรียมไว้
10. นำเข้าอบ 25-35 นาทีหรือจนสุกสีสวย
11. เมื่อสุกเเส้วนำออกมมาพักบนตระเเกรง

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

อาหารเช้าแต่ละประเทศ


อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพื่อช่วยให้สมองและร่างกายมีพลังงานแร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ ไปช่วยบำรุงร่างกายที่ดำเนินชีวิตทำกิจกรรมในแต่ละวัน มาดูกันว่าเมนูมื้อเช้าของแต่ละประเทศคืออะไร



ประเทศไทย
อาหารหลักบ้านเราคือ ข้าว อาจจะเป็นข้าวต้มหมู, โจ๊ก, ข้าวผัด, ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรือกาแฟ, แซนด์วิช , ขนมครก , ขนมปัง , ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้


ประเทศพม่า
อาหารเช้าดั้งเดิมของพม่า คือ ข้าวผัดกับถั่วต้มและชาเขียว ส่วน Mohinga (เส้นหมี่ในน้ำซุปปลา) ก็พบมากเช่นกัน


ประเทศญี่ปุ่น
อาหารเช้าแบบญี่ปุ่น ตามโบราณนานมาชาวเมืองปลาดิบจะกินข้าวเป็นหลัก พร้อมด้วยอาหารทะเลและเครื่องเคียงจำพวกผักดอง เช่น แตงกวาดอง เป็นต้น อีกทั้งที่ขาดไม่ได้เลยคือมิโสะซุปนั่นเอง นอกจากนี้อาหารเช้าของคนญี่ปุ่นก็คือ อาหารที่เหลือจากมื้อเย็นเมื่อวานนั่นเอง


ประเทศจีน 
อาหารเช้าของจีนมีความหลากหลายทั้งติ่มซำจนถึงขนมหัวผักกาด แต่อาหารเช้าของจีนที่เป็นที่รู้จักที่สุด ที่ทานกันทั่วประเทศ นั่นก็คือ congee หรือข้าวต้ม รสธรรมดาแต่เป็นอาหารเช้าที่นิยมที่สุด เป็นพื้นฐานและดึงดูดด้วยเครื่องที่ใส่เพิ่มลงไปอย่าง หมูหยอง กุ้งแห้ง และผักดอง 

ประเทศสิงคโปร์
อาหารเช้าทั่วไปในสิงคโปร์เป็นเมนูไม่ยุ่งยาก แค่เส้นก๊วยเตี๋ยวผัดใส่ไข่, ผัก และแฮมหรือเต้าหู้ แต่บางทีก็อิงกระแสตะวันตกด้วย ซีเรียล, ขนมปัง หรืออเมริกันเบรกฟาสท์

ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมนูอาหารเช้าในอเมริกาคือ กาแฟ, ชา และน้ำผลไม้ นอกจากนี้ก็ข้าวโอ๊ต หรือโจ๊กข้าวโพด, ไข่, เบคอน, ขนมปัง, แพนเค้ก, วาฟเฟิล, หรือพวกธัญพืชที่กลายเป็นนิยมมากในทศวรรษที่ผ่านมา

ประเทศฝรั่งเศส 
อาหารเช้าในฝรั่งเศสจะมีกาแฟ อย่าแปลกใจหากคุณทานอาหารในปารีสและพบว่ากาแฟของคุณอยู่ในชามแทนที่จะเป็น แก้ว เพื่อที่ได้ง่ายต่อการนำขนมปังช็อคโกแลตหรือครัวซองท์จิ้มลงไปถือเป็นการทาน แบบดั้งเดิมสำหรับวันหยุด หากเป็นในช่วงกลางอาทิตย์ก็จะเป็นขนมปังกับแยม น้ำผึ้งหรือเนย 

ประเทศอียิปต์
อาหารเช้าชาวอียิปต์โบราณมีชื่อว่า medames ful  ประกอบไปด้วยขนมปังปิ้งหรือข้าว จิ้มกินกับเครื่องจิ้มที่ทำจากถั่วผสมกับน้ำมันมะกอก, น้ำมะนาวและกระเทียม

ประเทศเยอรมนี
 อาหารเช้าของชาวเยอรมันก็คล้ายประเทศอื่นๆทั่วไปมี ขนมปัง, เนย, แยม, แฮม, ไส้กรอก, ไข่ลวกและกาแฟ

ประเทศอังกฤษ
เน้นซีเรียลกับนมในมื้อเช้ามากกว่าชนชาติยุโรปอื่นๆ พร้อมชา, กาแฟ หรือน้ำส้ม สำหรับโอกาสพิเศษและวันหยุดสุดสัปดาห์ถึงจะจัดเต็มในสไตล์อังกฤษ ซึ่งมีทั้งไข่, เบคอน หรือไส้กรอก ถั่วอบมะเขือเทศ เห็ดและขนมปังกับเนย

ประเทศสเปน
ในภาคกลางของสเปนอาหารเช้าแบบดั้งเดิมคือ churros con  churros -ซึ่งก็คือช็อคโกแลตร้อนกับขนมปังอัดแท่งในแบบของสเปน  สำหรับภาคอื่นในยุคนี้เน้นกาแฟกับขนมปังปิ้ง

ประเทศอิตาลี
ถ้าเป็นอิตาลีดั้งเดิมจะมีเพียงกาแฟร้อนกับนม และขนมปัง กับขนมปังม้วนๆกับเนยหรือแยม สำหรับเด็กๆแล้วจะดื่มช็อกโกแลตร้อน หรือนมธรรมดาๆ

ประเทศอินเดีย
เมืองภารตะก็มีอาหารเช้าที่หลากหลาย แต่ทั่วไปแล้วจะกินข้าวพองกับนม และที่นิยมกันในแต่ละครัวเรือนก็ Luchi (ลูชี่) เรียกง่ายๆก็โรตีกับแกงกะหรี่

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

น้ำพริกแซ่บเว่อ







น้ำพริก มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคำว่า "น้ำพริก" มีความหมายมาจากการปรุงด้วยการนำสมุนไพร พริก กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศกลิ่นแรง มาโขก บด รวมกัน เพื่อใช้สำหรับจิ้ม โดยมี ดอกแค มะเขือยาว แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือม่วง ถั่วพู สัตว์น้ำต่าง ๆ เช่น ปลา กุ้ง

คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้นเพื่อเพิ่มรสชาติ และดับกลิ่นคาวต่าง ๆ น้ำพริกถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทานเป็นกับข้าวก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 น้ำพริกถือเป็นอาหารหลักที่อยู่คู่กับสำรับกับข้าวของคนไทยมายาวนาน และไม่เพียงให้สารอาหารที่ครบถ้วนแก่ร่างกาย อาทิ โปรตีน เกลือแร่แล้ว ผู้บริโภคยังได้รับวิตามินจากผักจิ้ม หรือเครื่องเคียงอีกด้วย และการรับประทานน้ำพริกยังเป็นการสะท้อนวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนไทย ที่เน้นความเรียบง่าย รู้จักประยุกต์พืชผักสวนครัวให้เป็นเมนูที่แสนอร่อย

น้ำพริกมีมากมายหลากหลายชนิด  เช่น

น้ำพริกกะปิ เป็นอาหารประเภทน้ำพริกอย่างหนึ่งที่มีส่วนประกอบหลัก คือ กะปิ โดยการทำจะใช้กะปิไปเผาไฟ  แล้วนำไปโขลกกับเครื่งปรุงต่างๆ ในครก น้ำพริกกะปิเมื่อทำเสร็จแล้วจะมีสีน้ำตาลอมม่วง ลอยหน้าด้วยมะเขือพวงและพริก น้ำพริกกะปิจะนิยมรับประทานคู่กับ ปลาทูทอด หรือ ไข่ทอดชะอม พร้อมผักสด หรือผักลวกจิ้ม

น้ำพริกลงเรือ  เป็นน้ำพริกที่คนนิยมรับประทาน แม้แต่ในโรงแรมก็ยังนำไปเป็นเมนูน้ำพริกยอดนิยม อาจจะเป็นเพราะมีเครื่องเคียงทั้งหมูหวาน ไข่เค็ม และปลาดุกฟูทำให้น้ำพริกดูดีและน่ารับประทานยิ่งขึ้น

น้ำพริกไข่ปูทะเล  รสกลมกล่อมและมีไข่ปูทะเลต้มสุกโรยหน้า และรับประทานร่วมกับเนื้อเค็มทอด ปลาแห้งปิ้ง หรือผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างใบทองหลางมน ใบทองหลางลาย และผักบุ้งทอดกรอบ น้ำพริกชนิดนี้เป็นเมนูที่เจ้านายชั้นสูงอย่าง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตที่เมื่อครั้งได้เสด็จประพาสเมืองสมุทรสงคราม พร้อมด้วยเจ้านายวังบางขุนพรหม ทรงโปรดปรานเป็นพิเศษ และเป็นเมนูที่หลายคนอาจไม่รู้จัก

 น้ำพริกอ่อง  เป็นอาหารภาคเหนือที่คนทั่วไปติดใจในรสชาติเช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น การปรุงน้ำพริกอ่องนี้รูปแบบจะต่างไปจากน้ำพริกทั่วไป คือ น้ำพริกอ่องจะมีหมูสับเป็นส่วนประกอบคล้ายกับน้ำพริกมะขามหรือน้ำพริกลงเรือของภาคกลาง การปรุงน้ำพริกอ่องจะไม่ใช้น้ำตาล รสหวานจะได้จากความหวานของมะเขือเทศ ส่วนรสเปรี้ยวนั้นได้จากมะเขือส้ม คือมะเขือเทศผลเล็กชนิดพวง ซึ่งจะมีรสเปรี้ยวกว่ามะเขือเทศโดยทั่วไป นอกจากนั้นจะใช้ถั่วเน่า คือ ถั่วเหลืองที่เอามาหมักแล้วทำเป็นแผ่นตากแดดให้แห้งใช้แทนกะปิ หรือถ้าไม่มีถั่วเน่าก็จะใช้กะปิ 1 ช้อนชาแทน หรือใช้เต้าเจี้ยวดำสัก 3 ช้อนโต๊ะ ล้างน้ำให้หายเค็มแทนก็ได้เช่นกัน

น้ำพริกตาแดง เป็นอาหารพื้นบ้านของคนทางภาคเหนือ โดยการนำเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูปในการใส่เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น พริกแห้ง หอม กะเทียม ฯลฯ ซึ่งการทำอาหารพื้นบ้านนี้ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นอาหารที่ทำขึ้นง่าย ๆ แต่มีรสชาติดี เหมือนกับวิถีการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นที่อยู่กันแบบเรียบง่าย แต่รักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงาม และทรงคุณค่า

น้ำพริกนรก  เป็นน้ำพริกผงคลุกข้าว ที่ทำจากเนื้อปลาช่อนทะเลอย่างดี ที่มีมาแต่โบราณ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของน้ำพริกนรกคือ มีรสชาติเผ็ดจัดจ้านเหมาะสำหรับ ผู้ที่ชอบทานอาหารรสจัด ซึ่งน้ำพริกนรกถือได้ว่าเป็นน้ำพริกที่มีประโยชน์ และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมาก เพราะมีส่วนประกอบของสมุนไพรหลายอย่าง อาทิ พริก หอม กระเทียม เป็นต้น

น้ำพริกมะขาม  ภาษาถิ่นเรียกว่า “ดัดอะหราดมังโกน” เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการถ่ายทอดวิธีการทำสืบต่อกันมา  น้ำพริกมะขามมีลักษณะการปรุงได้ 2 วิธี  คือ การตำแล้วรับประทานได้เลย และวิธีการนำไปผัดกับหมูสับ โดยมีส่วนผสมของมะขามอ่อนเป็นหลัก  ซึ่งหาได้ในชุมชนในช่วงฤดูฝนเพราะฝักมะขามยังอ่อนอยู่ ถ้าใช้ฟักแก่จะมีเส้นใยและหยาบเพราะเปลือกนอกจะแข็งและมีเมล็ดจึงไม่นิยมนำมาปรุงเป็นน้ำพริกมะขาม